<?xml version='1.0' encoding='UTF-8'?><?xml-stylesheet href="http://www.blogger.com/styles/atom.css" type="text/css"?><feed xmlns='http://www.w3.org/2005/Atom' xmlns:openSearch='http://a9.com/-/spec/opensearchrss/1.0/' xmlns:georss='http://www.georss.org/georss' xmlns:gd='http://schemas.google.com/g/2005' xmlns:thr='http://purl.org/syndication/thread/1.0'><id>tag:blogger.com,1999:blog-7333057770080354881</id><updated>2011-04-21T10:49:12.398-07:00</updated><title type='text'>Bansong</title><subtitle type='html'></subtitle><link rel='http://schemas.google.com/g/2005#feed' type='application/atom+xml' href='http://bansong.blogspot.com/feeds/posts/default'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7333057770080354881/posts/default?max-results=100'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bansong.blogspot.com/'/><link rel='hub' href='http://pubsubhubbub.appspot.com/'/><author><name>Bansong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08455419433199129858</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='26' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_3k0YI-5utjc/SZ52Tbg5rNI/AAAAAAAAAAM/BvE0fCRlgnM/S220/1216196534CI7.jpg'/></author><generator version='7.00' uri='http://www.blogger.com'>Blogger</generator><openSearch:totalResults>1</openSearch:totalResults><openSearch:startIndex>1</openSearch:startIndex><openSearch:itemsPerPage>100</openSearch:itemsPerPage><entry><id>tag:blogger.com,1999:blog-7333057770080354881.post-8480000074851430968</id><published>2009-02-22T18:54:00.001-08:00</published><updated>2009-03-10T19:51:20.362-07:00</updated><title type='text'>บ้านส้อง...บ้านฉัน</title><content type='html'>&lt;div align="left"&gt;.............“บ้านส้อง” คือ “ตำบลเก่าแก่” ตำบลหนึ่งของอำเภอ “เวียงสระ” ในเขตการปกครองจังหวัด “สุราษฎร์ธานี” โดยมีหลักฐานทางประวัติศาสตร์ยืนยันได้ว่า เมืองนี้แต่เดิม เคยเป็นแหล่งชุมชนโบราณที่สำคัญแห่งหนึ่งของภาคใต้ ที่มีประวัติความเป็นมายาวนาน สืบทอดถึงอาณาจักร “ศรีวิชัย” เรื่อยมาจนกระทั่งถึงปัจจุบัน รวมเวลานับได้พันกว่าปี&lt;br /&gt;.............โดยมีหลักฐานที่สำคัญคือ โบราณสถาน “วัดเวียงสระ” อันเป็นที่ตั้งของ “เมืองโบราณเวียงสระ” อันมีลักษณะสำคัญคือ เป็นเมืองที่มีคูน้ำล้อมรอบ พร้อมกับซากเมืองเก่าที่ตั้งอยู่ในป่าโบราณอันรกชัฏ ซึ่งปรากฏเหลืออยู่เพียงซากเจดีย์โบราณ ที่มองเห็นเพียงแค่ซาก “กองอิฐ” ที่เก่าแก่จนไม่อาจสันนิฐานรูปร่างดั้งเดิมได้ ทั้งยังมีร่องรอยของ “สระน้ำโบราณ” อันเป็นที่มาของชื่ออำเภอ “เวียงสระ” กับซากพระพุทธรูปหินทรายแดงที่ปรักหักพังอีกจำนวนหนึ่งเท่านั้น ที่เป็นหลักฐานอันหลงเหลืออยู่ใน “เมืองโบราณเวียงสระ” จนมาถึงทุกวันนี้&lt;br /&gt;...............“เมืองโบราณวัดเวียงสระ” หรืออีกชื่อหนึ่งที่ชาวบ้านเรียกกันสั้น ๆ ว่า “วัดเวียง” จึงเป็นสถานที่สำคัญแห่งแรก ที่ผมอยากจะแนะนำทุกท่านให้ไปเยี่ยมเยือนกันก่อนครับ ....&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-2.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 2" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-2.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/div&gt;...........จากตัวเมืองสุราษฎร์ธานี โดยทาง "รถยนต์" ระยะทางประมาณ ๖๙ กิโลเมตร ถึงอำเภอเวียงสระ หรือจะเดินทางมาโดยทาง "รถไฟ" ไปลงที่สถานีรถไฟ “บ้านส้อง” แล้วต่อด้วยรถยนต์ หรือรถจักรยานยนต์ไปยังหมู่ที่ ๗ ให้เลี้ยวเข้าไปยังถนนเส้นที่ติดป้ายบอกทางไปยัง “วัดเวียงสระ” จนสุดทาง ก็จะพบกับวัดเวียงสระ ตั้งอยู่สุดถนนเส้นที่ว่านั่นเอง.....&lt;br /&gt;.............ปัจจุบัน “วัดเวียงสระ” มีความเปลี่ยนแปลงจากเดิมไปไม่มากนัก ด้วยความเจริญเติบโตทางเศรษกิจของเมืองที่เปลี่ยนทำเลไป ทำให้ปัจจุบัน วัดเวียงสระ ตั้งอยู่ในพื้นที่ ๆ ค่อนข้างจะโดดเดี่ยว ห่างไกลออกมาจากความวุ่นวายของตัวเมืองอยู่พอสมควรทีเดียว จึงทำให้โบสถ์เก่า กุฎิ ศาลาต่าง ๆ ยังคงอยู่ในสภาพเดิม ๆ เหมือนสมัยเมื่อเกือบร้อยปีก่อน พร้อม ๆ กับซากเมืองโบราณอายุกว่าพันปี ก็ได้ซุกซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ ด้านหลังของ “วัดเวียงสระ"&lt;br /&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-3.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 3" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-3.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-4.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 4" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-4.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;......เชื่อกันว่าเมืองเวียงสระ มีความเจริญรุ่งเรืองมาตั้งแต่ราวพุทธศตวรรษที่ ๗ โดยมีหลักฐานยืนยันจากจดหมายเหตุจากเมืองจีน ที่กล่าวถึงการติดต่อกันทางราชทูตราวช่วง พ.ศ. ๙๖๗ คาดกันว่า เมืองเวียงสระ น่าจะตั้งขึ้นก่อนสมัยอาณาจักร "ศรีวิชัย" อันเป็นอาณาจักรโบราณที่สำคัญในแถบภาคใต้นี้ด้วยซ้ำ&lt;br /&gt;.....นั่นก็เพราะว่าบริเวณนี้ ได้มีการค้นพบหลักฐานสำคัญทางด้านโบราณคดีมากมาย ซึ่งมีตั้งแต่เครื่องมือศิลาสมัยก่อนประวัติศาสตร์ เทวรูปและพระพุทธรูปเก่าแก่ หลายยุคสมัยต่อเนื่องเรื่อยมา จนถึงสมัยรัตนโกสินทร์ตอนต้น อันนี้เองทำให้เป็นที่ประจักษ์ชัดว่า ชุมชนโบราณเมืองเวียงสระนั้น ได้มีการพัฒนาการมาอย่างต่อเนื่อง มีสภาพเป็นชุมชนขนาดใหญ่ที่มีความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีค่อนข้างสูง ดังจะเห็นจากการรู้จักสร้างกำแพงและคูเมือง โดยอาศัยลำน้ำธรรมชาติและขุดคลองเชื่อมต่อกัน นั่นทำให้แหล่งเมืองโบราณเวียงสระนี้ จึงมีความสำคัญทางด้านการศึกษาประวัติศาสตร์ ของแหล่งอารยะธรรมโบราณ ในดินแดนแถบภาคใต้อีกด้วย...&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-5.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 5" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-5.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-6.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 6" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-6.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-7.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 7" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-7.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;br /&gt;.........ปัจจุบัน ด้วยปัจจัยทางด้านการประชาสัมพันธ์ที่มีไม่มากนัก ประกอบกับสภาพของตัวเมืองโบราณเวียงสระเอง ที่คงสภาพเดิม ๆ เหมือนซ่อนตัวอยู่ในป่าทึบ อันเกี่ยวเนื่องมาจากความเชื่อของชาวบ้านในละแวกนั้น ที่จะไม่เข้าไปยุ่งย่ามภายในเขตเมืองโบราณโดยไม่จำเป็น จึงทำให้ตัวเมืองโบราณเวียงสระ ยังคงได้รับการอนุรักษ์ในสภาพเดิม ๆ เหมือนอย่างเช่นที่นักสำรวจเมืองโบราณรุ่นแรก ๆ ได้ผ่านมาพบเจอ&lt;br /&gt;..........ถึงแม้ว่าตัวเมืองโบราณเวียงสระในปัจจุบัน อาจจะไม่ใหญ่โต สมบูรณ์ กว้างขวาง หรือมีวัตถุโบราณอันสวยงามอย่างที่ใคร ๆ คาดหวัง แต่จุดเด่นของที่นี่ ก็คงอยู่ที่ตัวเมืองโบราณที่ได้รับการอนุรักษ์ไว้ในป่าทึบ คงสภาพแบบดิบ ๆ เดิม ๆ เหมือนไม่เคยผ่านการบูรณะมาก่อน นี่จึงเป็นสาเหตุให้ก้าวแรก ของผู้ที่มีโอกาสเหยียบย่างลงบนผืนแผ่นดินโบราณแห่งนี้ จะได้สัมผัสกับบรรยากาศแห่งความเก่าแก่ ขรึมขลัง จนรู้สึกได้ อย่างที่ผมเคยรู้สึกในก้าวแรก ในการเดินทางมาเยี่ยมเยือนดินแดนแห่งบรรพบุรุษแห่งนี้ พร้อม ๆ กับความรู้สึกทึ่ง ในประวัติศาสตร์อันยาวนาน ของผืนแผ่นดินแห่งนี้นั่นเอง… &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;*** อ้างอิงจาก ***&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;a href="http://www.wiangsra.go.th/index.php?tpid=0019"&gt;http://www.wiangsra.go.th/index.php?tpid=0019&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.suratculture.com/data/boransathan/buranvangsa.html"&gt;http://www.suratculture.com/data/boransathan/buranvangsa.html&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://board.palungjit.com/showpost.php?p=584527&amp;amp;postcount=3"&gt;http://board.palungjit.com/showpost.php?p=584527&amp;amp;postcount=3&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.hs8jsk.th.gs/web-h/s8jsk/index4.htm"&gt;http://www.hs8jsk.th.gs/web-h/s8jsk/index4.htm&lt;/a&gt;&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-8.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 8" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-8.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-9.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 9" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-9.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-10-1.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 10" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-10-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;br /&gt;&lt;p align="left"&gt;.........การเดินทางเข้าสู่ตำบล “บ้านส้อง” นั้นทำได้ไม่ยากเลย จากเส้นทางหลักด้วยทางหลวงแผ่นดินหมายเลข 41 ในเส้นทางช่วงระหว่างจังหวัดสุราษฎร์ธานี – นครศรีธรรมราช ก็จะเจอกับแยกที่มีป้ายชี้ทางให้ท่านเดินทางมาสู่ “บ้านส้อง” ได้อย่างชัดเจน (เส้นทางย่อยที่ 4009) หรือหากว่าท่านชอบที่จะเดินทางมาด้วยรถไฟ “สถานีรถไฟบ้านส้อง” ก็เปิดบริการรับใช้ประชาชนที่นี่มานานหลายปี...&lt;br /&gt;..........อันนามว่า “บ้านส้อง” นั้นมีความเป็นมาอย่างไร หลายคนที่ได้ยินชื่อนี้คงต้องอดสงสัย ถึงที่มาที่ไปของเมือง ๆ นี้ไม่ได้แน่ ๆ (รวมถึงตัวผู้เขียนเองด้วย) จากการพยายามค้นคว้า จึงได้คำตอบจากเรื่องเล่ามาว่า เมื่อนานมาแล้ว พื้นที่แถบนี้นั้น แต่เดิมเคยเป็นพื้นที่ ๆ มีขุมกำลังโจรปล้นสะดมอยู่เป็นจำนวนมาก ซ่องโจรที่ว่านั้น ตั้งอยู่บริเวณหน้าสถานีรถไฟ จนถึงเขตเทือกเขาบรรทัดคุ้มปลายแพง ที่มองเห็นได้จากบริเวณหน้าสถานีรถไฟ จึงเรียกพื้นที่แถบนี้ติดปากกันมาว่า “บ้านส้อง” จนมาถึงทุกวันนี้ &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;* อ้างอิงจาก&lt;/span&gt; &lt;a href="http://cddweb.cdd.go.th/wiangsra/information15/bansog/bansonghnear.htm"&gt;http://cddweb.cdd.go.th/wiangsra/information15/bansog/bansonghnear.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-11.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 11" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-11.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-12.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 12" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-12.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-13.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 13" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-13.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt; .............ตัวผู้เขียนเอง ในฐานะที่เป็นพลเมืองผู้หนึ่ง ที่เติบโตมาอย่างสงบสุขในเมือง ๆ นี้ ก็กล้ายืนยัน และนอนยันเลยว่า เรื่องตำนานอันน่ากลัวของโจรป่าในอดีตได้ผ่านพ้นไปนานมากแล้ว ทุกวันนี้ “บ้านส้อง” คือเมืองเล็ก ๆ เมืองหนึ่ง ที่เจริญเติบโตอยู่ได้ด้วยตัวของตัวเอง ด้วยปัจจัยเศรษฐกิจทางด้าน “การเกษตร” “ การค้า”และ “เหมืองแร่” คือลมหายใจหลักที่หล่อเลี้ยงเมือง ๆ นี้ไว้ ให้ดำรงอยู่ได้ในทุกวันนี้&lt;br /&gt;.............และเนื่องมาจากตำบล “บ้านส้อง” ได้ตั้งอยู่ระหว่างเส้นทางการคมนาคมทางรถยนต์ ที่ตัดผ่านไปสู่จังหวัดต่าง ๆ ของภาคใต้ตอนล่าง รวมถึงเส้น “ทางรถไฟ” สายใต้ตั้งแต่จังหวัดสุราษฎร์ธานีลงไปต้องแล่นผ่าน “สถานีรถไฟบ้านส้อง” จึงทำให้เมืองบ้านส้อง ได้กลายเป็น “เมืองผ่าน” ที่สำคัญเมืองหนึ่งในเขตภาคใต้ตอนบนไปโดยปริยาย... &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-16.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 16" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-16.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-15.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 15" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-15.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-14.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 14" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-14.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;.............เมื่อผมตั้งใจพิจารณาเมือง “บ้านส้อง” ในมุมมองแบบนักท่องเที่ยว เพื่อตั้งใจค้นหา “เอกลักษณ์” ของเมือง ๆ ใดก็ตาม ที่ตนเองมีโอกาสได้ไปเยือน ก็ทำให้ผมได้มองเห็นเอกลักษณ์อย่างหนึ่งของเมืองบ้านส้อง นั่นก็คือ “ความเปลี่ยนแปลงแห่งยุคสมัย” ที่ดำรงอยู่ร่วมกับ “สังคมกสิกรรมแบบชาวสวน” ที่ต่างพึ่งพาอาศัยกัน อย่างผสมกลมกลืน และน่าสนใจ&lt;br /&gt;.............และก็เนื่องจาก “บ้านส้อง” มีลักษณะเป็น “เมืองผ่าน” เรื่องราวและความเจริญต่าง ๆ จึงอาจจะผ่านเข้ามา และพร้อมที่จะจากไป โดยที่ใครบางคนอาจไม่ทันรู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลง แต่ความเปลี่ยนแปลงที่ว่านั้น ก็ทิ้งร่องรอยแห่งความทรงจำบางอย่างไว้ให้กับวิถีชีวิตแห่งชาวบ้านส้อง อย่างกลมกลืนและน่าสนใจ พร้อม ๆ กับสังคมกสิกรรมแบบดั้งเดิมที่ยังคงดำรงอยู่ อย่างเป็นกระดูกสันหลังให้กับเมืองบ้านส้องแห่งนี้มาโดยตลอดอีกด้วย&lt;br /&gt;..............ผมจึงอยากจะนำพาทุกท่านไปสัมผัส ถึงตัวตนแห่งเมือง “บ้านส้อง” ที่แท้จริง ผ่าน “ภาพ” และ “เรื่องราว” ในมุมมองของผม กันนับจากนี้ครับ... &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-17.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 17" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-17.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-18.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 18" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-18.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-19.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 19" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-19.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;...........หากจะกล่าวถึงวิถีชีวิตแบบ “กสิกรรม” ที่ “ใครสักคน” สามารถดำรงชีวิตตนเอง และครอบครัวให้อยู่ได้อย่างสงบสุข ด้วยการทำการเกษตรแต่เพียงอย่างเดียว นั่นอาจเป็นวิถีชีวิตในแบบที่ “คนเมือง” หลายคนถวิลหา แม้กระทั่งตัวของผมเองก็ตาม ที่แอบอิจฉาอยู่ลึก ๆ ในยามที่มีโอกาสได้ขี่มอเตอร์ไซด์ไปเยี่ยมเยือนเขต “บ้านสวน” ที่อยู่ห่างจากตัวตลาดบ้านส้อง ออกไปแค่เพียงนิดเดียว&lt;br /&gt;...........เพราะถึงแม้ตัวผมเองจะเป็นคนบ้านส้องโดยกำเนิด แต่เนื่องจากว่าครอบครัวตั้งรกราก และทำมาหากินอยู่ในตลาด จึงยอมรับโดยตรงเลยว่า ตนเองก็ไม่ได้มีโอกาสได้ออกมาเที่ยวเล่นในเขต “บ้านสวน” บ่อยนัก ในคราวนี้ เมื่อได้ตั้งใจขี่มอเตอร์ไซด์ออกมาสัมผัสกับชีวิตชาวสวนอย่างจริง ๆ จัง ๆ จึงได้เกิดความรู้สึกอิจฉาในวิถีชีวิตแบบนี้อยู่ไม่น้อยเหมือนกัน เพราะเป็นความจริงที่ว่า เกษตรกรที่นี่ ไม่ว่าจะเป็นชาวสวน “ยางพารา” หรือสวน “ผลไม้” ต่างก็ดำรงชีวิตตนเองและเลี้ยงครอบครัวอยู่ได้ ท่ามกลางเรือกสวนอันร่มรื่นเหล่านี้ มานานแสนนานเต็มทีแล้ว &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-20.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 20" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-20.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-21.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 21" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-21.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;……...ใครบางคนอาจจะเคยเปรียบ “ทุเรียน” ไว้ว่าเป็น “ราชาแห่งผลไม้” แต่สำหรับที่ตำบล “บ้านส้อง” แห่งนี้แล้วละก็ หลายคนคงอยากจะยกให้ “เงาะโรงเรียน” เป็นราชาแห่งผลไม้ของที่นี่มากกว่า นั่นก็เพราะว่าตำบล “บ้านส้อง” ถือได้ว่าเป็นที่พักพิงชั้นดีของเหล่าบรรดา “เงาะโรงเรียน” เนื่องจากว่าที่นี่ มีการเพาะปลูกเงาะโรงเรียนกันอย่างแพร่หลาย จะเป็นรองก็คงแค่เพียงอำเภอ “บ้านนาสาร” อำเภออันเป็นแหล่งต้นกำเนิดของ “เงาะโรงเรียน” อันโด่งดังของจังหวัด “สุราษฎร์ธานี” นั่นเอง&lt;br /&gt;............ก็เพราะเนื่องจากว่า โดยสภาพทางภูมิศาสตร์แล้วอำเภอ “บ้านนาสาร” และอำเภอ “เวียงสระ” นั้น เป็นอำเภอที่มีพื้นที่ติดกัน (จริง ๆ แล้วตำบล “บ้านส้อง” นั้น ได้เคยอยู่ในเขตการปกครองของอำเภอ “บ้านนาสาร” มาก่อนหน้านี้ด้วยซ้ำไป) จึงการันตีได้เลยว่า เงาะโรงเรียนที่มีปลูกกันอยู่อย่างแพร่หลายที่ตำบล “บ้านส้อง” นั้น เป็นเงาะโรงเรียน “พันธุ์แท้” ที่มีรสชาติหวาน กรอบ อร่อยเช่นเดียวกับเงาะโรงเรียน “บ้านนาสาร” ที่โด่งดังขจรขจายไปไกล รับประกันได้เลย... &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-22.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 22" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-22.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p&gt;...........เป็นเรื่องที่น่าเห็นใจแทนผลไม้อื่น ๆ ที่ปลูกในบ้านส้อง ที่อาจจะถูกความโด่งดังของ “เงาะโรงเรียน” บดบังรัศมีไปบ้าง แต่ทว่าความเป็นจริงแล้ว ในพื้นที่ 14 จังหวัดภาคใต้นั้น เป็นดินแดนที่ขึ้นชื่อในเรื่องการปลูกผลไม้มาช้านานแล้ว โดยเฉพาะผลไม้เมืองร้อนอื่น ๆ ทุกชนิดเช่น มะม่วง มังคุด ลองกอง ลางสาด ทุเรียน ฯลฯ ล้วนมีปลูกอยู่อย่างมากมายที่นี่ ส่วนเรื่องรสชาติก็คงต้องขอรับประกันเลยว่า ผลไม้หลาย ๆ ชนิดที่เจริญงอกงามอยู่ทางภาคใต้นั้น ล้วนขึ้นชื่อลือชาในเรื่องของความอร่อยมานานแล้ว....&lt;br /&gt;...........ก็อยากจะขอเชิญชวนผู้ที่มีโอกาสได้มาเยี่ยมเยือนจังหวัดต่าง ๆ ทางภาคใต้ โดยเฉพาะในช่วงระหว่างเดือน “กรกฎาคม – ตุลาคม” อันเป็นฤดูกาลแห่งการเก็บเกี่ยว “ผลไม้” ที่กำลังผลิดอกออกผล โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่นิยมในรสชาติของผลไม้เหล่านี้ ที่นี่ก็คงไม่ผิดไปจากแดนสวรรค์ของท่าน กับโอกาสที่จะได้เยี่ยมชมสวนผลไม้ที่กำลัง “ลูกดก” มากมายอยู่เต็มต้น รอให้ท่านได้ลองลิ้มชิมรส และซื้อหากันในราคาพิเศษ หรือหากว่าท่านโชคดี ก็อาจมีโอกาสได้ลิ้มลองในเเบบที่เรียกว่า “เด็ด” ทานกันสด ๆ จากต้นได้เลยทีเดียว...&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-23.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 23" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-23.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-24.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 24" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-24.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-26.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 26" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-26.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;..............ถึงแม้ว่าการปลูกผลไม้นั้นอาจเป็นสิ่งที่สร้างชีวิตชีวา และสร้างสีสันบางอย่างให้กับตำบลบ้านส้องแห่งนี้ แต่ว่าพืชเศรษฐกิจที่แท้จริงสำหรับที่นี่นั้น หาใช่เงาะ ทุเรียน หรือผลไม้ใด ๆ ไม่ หากแต่เป็นไม้ยืนต้นชนิดหนึ่ง ที่เปลือกและลำต้น สามารถหลั่งน้ำยางสีขาวออกมาแล้วให้เกษตรกรนำไปขายได้ นั่นก็คือพืชเศรษฐกิจที่ชื่อว่า “ยางพารา” ซึ่งเป็นพีชสวนที่มีการปลูกกันมากที่สุดในเขตภาคใต้&lt;br /&gt;..............ก็เพราะโดยธรรมชาติของต้นยางพารา ที่สามารถผลิตน้ำยางออกมาได้ตลอดทั้งปี ทำให้ “ยางพารา” ได้กลายเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญของตำบลบ้านส้องไปโดยปริยาย ก็เพราะการปลูก และขายยางพารานี่เอง ที่ทำให้ระบบเศรษฐกิจของที่นี่มีเงินหมุนเวียนได้ตลอดทั้งปี จากเงินรายได้ของเกษตรกรชาวสวนยาง ที่นำเงินมาหมุนเวียนอยู่ในตลาดนั่นเอง จึงไม่น่าแปลกใจเลยที่ใครก็ตามที่ได้มาเยือน 14 จังหวัดภาคใต้แล้ว จะได้พบกับภาพที่คุ้นตาของ “สวนยางพารา” ที่มีปลูกอยู่อย่างมากมาย ดาษดื่นสองข้างทาง รวมถึงตำบล “บ้านส้อง” แห่งนี้ด้วย...&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-27.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 27" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-27.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-28.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 28" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-28.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-29.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 29" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-29.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;..........นับย้อนไปในรัชสมัยของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6) พระองค์ได้ทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ขยายเส้นทางรถไฟทั่วประเทศไปให้จนสุดพรหมแดน ทิศเหนือให้ขยายไปจนถึงเชียงใหม่และทิศให้ขยายต่อไปจนถึง ปาดังเบซาร์ (มาเลเซีย) เพื่อความเจริญพัฒนาของการคมนาคมขนส่งให้ทั่วประเทศ ดังนั้นกำเนิดของสถานีรถไฟบ้านส้อง จึงน่าเริ่มขึ้นตั้งแต่ในสมัยรั่ชกาลที่ 6...&lt;br /&gt;.........และว่ากันว่าเมื่อเกือบ ๗0 – ๘0 ปีก่อน (ย้อนจากปี 2552) พื้นที่หลาย ๆ จังหวัดทางภาคใต้ ก็ได้มีการสำรวจค้นพบ “แร่ธาตุ” ที่สำคัญใต้ผืนดินอย่างมากมาย เช่นแร่ “ยิปซั่ม” “ ดีบุก” และ “วุลแฟรม” จึงก่อให้เกิดความตื่นตัวในการทำ “เหมืองแร่” ในพื้นที่หลายจังหวัดทางภาคใต้ในยุคนั้น รถไฟ “สายใต้” จึงถูกใช้ประโยชน์อย่างอื่นนอกจากการคมนาคมของชาวบ้าน นั่นก็คือถูกใช้ในการ “ขนแร่” ที่ขุดได้เหล่านั้นนั่นเอง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-30.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 30" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-30.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-31.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 31" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-31.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-32.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 32" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-32.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;...............ยกตัวอย่างเช่นที่ “สถานีรถไฟบ้านส้อง” มีการใช้พื้นที่บางส่วน เป็นจุดพักแร่ “ยิปซั่ม” ที่มีมากในแถบนี้ แล้วใช้รถไฟ “บรรทุก” เข้าสู่โรงงานอีกทอดหนึ่ง และกองแร่ยิปซั่มมากมายที่สถานีรถไฟบ้านส้องนี่เอง ที่เป็นภาพที่ชาวบ้านส้องเห็นมานานจนชินตา จนทำให้ใครหลายคนเคยแอบขนานนามแร่ยิปซั่มจำนวนมากมายเหล่านี้ว่า เป็นกอง “หิมะ” แห่งบ้านส้องกันมาแล้ว&lt;br /&gt;..............พร้อม ๆ กับเรื่องราวในยุค “ตื่นแร่” (พ.ศ. 2516-2518) ที่สถานีรถไฟบ้านส้อง เคยถูกใช้เป็นชุมทางของนักแสวงโชค ในการเดินทางไปขุดแร่ “วุลแฟรม” บนภูเขา “สูญ” ที่ห่างไกล ว่ากันว่าในยุคตื่นแร่นี้เอง ที่เป็นยุคสมัยที่คึกคักที่สุดของตลาดบ้านส้อง อันเนื่องจากนักแสวงโชคมากหน้าหลายตา ที่หลั่งไหลกันเข้ามาเพื่อใช้ตลาดบ้านส้องเป็นจุดต่อรถ ในการเดินทางต่อไปยังแหล่งขุดแร่&lt;br /&gt;..............จนถึงการสิ้นสุดของยุค “ตื่นแร่” ที่ต้องจบลงอย่างรวดเร็วก่อนเวลาอันควร เนื่องมาจากการทะเลาะเบาะแว้งกันเองของนักแสวงโชคเหล่านั้น จนทำให้ “รัฐบาล” ต้องสั่งห้ามไม่ให้มีการขุดแร่ในบริเวณที่ว่านั้นอีกต่อไป... &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-33.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 33" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-33.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;.............หลังจากหมดสิ้นยุคสมัยแห่งการแสวงโชค พร้อม ๆ กับเศรษฐกิจของตลาดบ้านส้องที่ต้องซบเซาตามไปด้วย หลายปีผ่านไป “ตลาดบ้านส้อง” กลับมาเติบโตได้อีกครั้ง จากโอกาสทาง “การค้า” ที่หลั่งไหลเข้ามาพร้อม ๆ กับการกำเนิดของ “ทางหลวงแผ่นดินสายที่ 41” หรือ “ถนนเอเชีย” ที่ตัดผ่านพื้นที่บางส่วนของตำบลบ้านส้อง ทำให้การเดินทางคมนาคมระหว่างพื้นที่อื่น ๆ ทั่วประเทศกับตำบลบ้านส้องนั้น เป็นเรื่องที่ง่ายดายขึ้นกว่าในอดีตอีกมาก&lt;br /&gt;...............ก็เพราะความได้เปรียบทางด้านทำเลของการคมนาคมที่เอง ที่ทำให้ทุกวันนี้ “บ้านส้อง” ได้กลายเป็นจุดศูนย์กลางทางการค้าที่สำคัญ โดยเฉพาะ “สินค้าทางการเกษตร” ให้กับบรรดาพ่อค้าแม่ค้าต่างถิ่น ที่หลั่งไหลมาสู่ตลาดบ้านส้อง เพื่ออาศัยที่นี่เป็นจุดพักแลกเปลี่ยนสินค้า ทำให้มีเงินตรากลับมาหมุนเวียนอยู่ในตลาดบ้านส้องอีกครั้งหนึ่งจนมาถึงปัจจุบัน นี่จึงเป็นการเติบโตในมิติใหม่ของตลาดบ้านส้อง ที่สุดท้ายแล้วเมืองนี้อาจไม่ได้เป็นเมืองที่มีอัตตราการเติบโตทางเศรษฐกิจที่หวือหวา แต่ทุกวันนี้ “บ้านส้อง” ก็ไม่ใช่เมืองจะหยุดนิ่ง ซบเซาเพื่อรอวันเหี่ยวเฉาอีกต่อไปแล้ว &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-34.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="Photobucket" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-34.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-353.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 35" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-353.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;...............ต่อไปก็อยากจะขอแนะนำสถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่สำคัญแห่งหนึ่งของตำบล “บ้านส้อง” นั่นก็คืออุทยานแห่งชาติ “ใต้ร่มเย็น” อันเป็นอุทยานแห่งชาติที่สำคัญอีกแห่งหนึ่งของภาคใต้ หรือที่ชาวบ้านส้องรู้จักกันในนามของหมู่บ้าน “เหนือคลอง” อันมีจุดหมายปลายทางของการท่องเที่ยวอยู่ที่น้ำตก “สามห้าเจ็ด” โดยที่มาจากการที่ขบวนการ “คอมมิวนิสต์” ที่เคยใช้หุบเขาแห่งนี้ เป็นฐานที่มั่นทางการทหารเมื่อครั้งอดีต จึงนำเอาชื่อฐานที่มั่นนั้นมาตั้งเป็นชื่อน้ำตกว่า “สามห้าเจ็ด” ...&lt;br /&gt;...............อุทยานแห่งชาติ “ใต้ร่มเย็น” มีเนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 265,625 ไร่ ครอบคลุมอยู่ในท้องที่ อ.กาญจนดิษฐ์ อ.บ้านนาสาร และ อ.เวียงสระ พื้นที่ของอุทยานเป็นเขตเทือกเขาสูงสลับซับซ้อน ทอดตัวในแนวยาวเหนือใต้ประมาณ 40 กิโลเมตร เป็นแหล่งกำเนิดต้นน้ำลำธารที่สำคัญส่วนหนึ่งของแม่น้ำ “ตาปี” อันเป็นแม่น้ำสายสำคัญของจังหวัด “สุราษฎร์ธานี” สำหรับชาว “บ้านส้อง” จะเรียกอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ในชื่อสั้น ๆ ว่า “เหนือคลอง” เพราะว่าอุทยานแห่งนี้ตั้งอยู่ในพื้นที่ของ “หมู่บ้านเหนือคลอง” อันเป็นชื่อหมู่บ้านหนึ่ง ในเขตตำบลบ้านส้องนั่นเอง&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-361.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 36" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-361.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;...............การเดินทางมาเยือนอุทยานแห่งชาติ “ใต้ร่มเย็น” แห่งนี้ทำได้ไม่ยากเลย ให้ใช้เส้นทางสายสุราษฏร์- นครศรีธรรมราช (ถนนหมายเลข 4009) ให้สังเกตป้ายบอกทางไปยัง “บ้านเหนือคลอง” ซึ่งจะอยู่ช่วงระหว่างรอยต่อของ “ตำบลบ้านส้องกับตำบลห้วยปริก” อ.ฉวาง จ.นครศรีธรรมราช เมื่อเห็นป้าย “บ.เหนือคลอง” แล้ว ก็ให้เลี้ยวเข้าไปตามป้ายได้เลย ก็จะเข้าสู่เขตอุทยานแห่งชาติใต้ร่มเย็นทันที&lt;br /&gt;...............ฉับพลันที่ใครก็ตามได้เข้ามาเยี่ยมเยือนอุทยานแห่งชาติแห่งนี้ ท่านก็จะได้พบกับบรรยากาศอันสงบสุขของหมู่บ้าน “ชาวสวน” ที่แทรกตัวอยู่ท่ามกลางเทือกเขาลำเนาไพร อันมีสายน้ำใสไหลเย็นที่สะอาดบริสุทธิ์ไหลผ่านตลอดทาง อันเป็นเส้นทางนำไปสู่น้ำตก “สามห้าเจ็ด” ที่ได้ซ่อนตัวอยู่ท่ามกลางบรรยากาศของป่าลึกอันงดงาม ที่น้อยคนนักจะได้มาเยือน&lt;br /&gt;...............ปัจจุบันการเข้ามาท่องเที่ยวในเขตอุทยานแห่งชาติ “ใต้ร่มเย็น” แห่งหมู่บ้านเหนือคลองนี้ ไม่ได้เป็นเรื่องที่ลำบากยากเย็นเลย เนื่องจากบริเวณนี้เป็นเขตที่อยู่อาศัยของชาวบ้านในพื้นที่อยู่ก่อนแล้ว จึงทำให้มีการสร้างถนนหนทางอย่างทั่วถึง ทำให้การมาท่องเที่ยวในอุทยานโดยเฉพาะการใช้ “รถส่วนตัว” สำหรับนักท่องเที่ยวทั่วไปนั้น เป็นเรื่องที่ค่อนข้างสะดวกสบายเป็นอย่างมาก &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-37.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 37" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-37.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-38.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 38" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-38.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-39.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 39" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-39.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;...............ที่นี่มีสถานที่ ๆ เหมาะสำหรับนักท่องเที่ยวแนว “ครอบครัว” ที่ไม่อยากเดินทางลึกเข้าไปในอุทยานจนเกินไปให้สามารถเล่นน้ำเป็นระยะ ๆ หรือถ้าอยากมาท่องเที่ยวแนวสงบ ๆ ส่วนตัวขึ้นไปอีกนิด ที่นี่ก็มี “บ้านพักอุทยาน” ไว้ให้บริการในเขตอุทยานที่อยู่ลึกเข้าไปจากทางเข้าอีกประมาณ 10 กิโลเมตร ซึ่ง “บ้านพักอุทยาน” ที่ว่านี้ก็ตั้งอยู่ในบริเวณของเส้นทางเดินเท้าไปสู่น้ำตกน้ำตก “สามห้าเจ็ด” ซึ่งมีระยะทางห่างจากที่ทำการอุทยานไปถึงตัวน้ำตกอีกประมาณ 3 กิโลเมตร เท่านั้น&lt;br /&gt;...............ระหว่างทางเดินไปสู่ตัวน้ำตกนี้เอง ที่จะทำให้ท่านได้รับประสบการณ์การเดินป่าแบบที่ไม่ยากลำบากจนเกินไป แต่ก็จะได้สัมผัสกับบรรยากาศบริสุทธิ์ ท่ามกลางร่มเงาของป่าเขาเขต “ร้อนชื้น” ที่ยังสมบูรณ์สวยงามในระหว่างเส้นทางเดินไปสู่น้ำตกตัวน้ำตกนั่นเอง&lt;br /&gt;...............และจุดเด่นที่สำคัญของน้ำตก “สามห้าเจ็ด” หาได้อยู่ที่รูปลักษณ์ที่สวยงามเหนือน้ำตกชื่อดังอื่น ๆ ไม่ หากแต่ “เสน่ห์” ที่แท้จริงของน้ำตกแห่งนี้นั้น น่าจะอยู่ที่สภาพความงดงามอันบริสุทธิ์ทางธรรมชาติ ที่ยังไม่ได้ผ่านการเหยียบย่ำจากนักท่องเที่ยวภายมากนัก จึงทำให้ยังคงสภาพความสมบูรณ์ทางธรรมชาติ และความสะอาดบริสุทธิ์สวยงามอยู่ได้ จนมาถึงทุกวันนี้&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;* ติดต่อที่ทำการอุทยาน (ที่พัก) 0-7734-4633 , 081-829-4469 (สุกฤติ์)&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;* อ้างอิงจาก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.tour.co.th/tour.php?p_id=39&amp;amp;t_id=1823"&gt;http://www.tour.co.th/tour.php?p_id=39&amp;amp;t_id=1823&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www3.suratthani.go.th/km/index-34.htm"&gt;http://www3.suratthani.go.th/km/index-34.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://www.thaisurat.com/bannasan-357.htm"&gt;http://www.thaisurat.com/bannasan-357.htm&lt;/a&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://203.144.136.10/service/mod/heritage/nation/nationalpark/index48.htm"&gt;http://203.144.136.10/service/mod/heritage/nation/nationalpark/index48.htm&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-40.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 40" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-40.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-41-1.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 41" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-41-1.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-41.jpg" target="_blank"&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-42.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 42" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-42.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;...............ต่อไปก็อยากจะขอแนะนำอาหาร “ร้านอร่อย” ประจำเมืองบ้านส้องกันสักนิด ซึ่งหลายคนอาจจะคิดว่ามาเยือนเมืองใต้แล้วคงต้องแนะนำ “ข้าวแกงปักษ์ใต้” แต่จริง ๆ แล้วไม่ใช่&lt;br /&gt;...............ก็คงต้องขอเคลียร์กับท่านผู้อ่านกันก่อนว่า จริง ๆ แล้ว “ข้าวแกงบ้านส้อง” นั้น ก็ถือว่าเป็นอาหารขึ้นชื่อของที่นี่เหมือนกัน แต่เนื่องจากว่าที่นี่คือ “เมืองใต้” ดังนั้น “ข้าวแกงปักษ์ใต้” จึงเป็นสิ่งที่ชาวบ้านทำรับประทานกันเองอยู่แล้ว ไอ้ครั้นจะออกมาหาซื้อ “ข้าวแกง” ทานกันนอกบ้านอีกนั้น จึงเป็นสิ่งที่ขัดกับวิถีชีวิตทั่วไปอยู่สักหน่อย ดังนั้นของกินที่ “ขึ้นชื่อ” หรือ “ขายดี” ในสายตาของชาวตลาดบ้านส้องก็คงไม่ใช่ “ข้าวแกง” ที่เป็นอาหารธรรมดา ๆ เป็นแน่&lt;br /&gt;................สำหรับ “อาหาร” ที่ผมจะขอทำการแนะนำต่อไปจากนี้ ก็อาจจะดูว่าเป็นอาหารที่แสนจะธรรมดา ในสายตาชาวบ้านชาวเมืองอื่น ๆ อยู่สักนิด แต่ที่ผมกล้าการันตีของกินนี้ให้เป็น “ร้านอร่อย” ประจำตลาดบ้านส้องนั้น ก็เนื่องจากความ “ขายดีมาก” ของอาหารร้านนี้ ที่ผมคงต้องขออนุญาติใช้ “ภาพ” มายืนยันให้กับท่านผู้อ่านดูกันเอาเองว่า “โจ๊กหมูใส่ไข่” อาหารเช้าที่สุดแสนจะธรรมดา มันมีความน่าสนใจยังไงที่ผมจึงอยากขอ “ท้า” ให้ทุกท่านมาลองชิม (ถ้ารอคิวได้) นั่นก็คือ “โจ๊กหมู” สูตรโบราณร้าน“เจ๊จิ๋ม” โจ๊กร้านดังหลังสถานีรถไฟบ้านส้องนั่นเอง.....&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-43.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 43" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-43.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;...............เกือบ 40 ปีแล้ว ที่โจ๊กหมูร้าน “เจ๊จิ๋ม” ขายดีเป็นเทน้ำเทท่า ทั้ง ๆ ที่ร้านโจ๊กในตลาดบ้านส้องก็ไม่ได้มีอยู่เพียงแค่ร้านเดียว “การันตี” ความอร่อยกันได้จากคิวอันยาวเหยียดของลูกค้า ที่มารุมซื้อกันทุกวัน จนเจ๊จิ๋มแกแทบจะทำขายไม่ทัน ต้องอาศัย “ลูกค้าประจำ” ช่วยเป็น “ลูกมือ” ให้เป็นเนือง ๆ เริ่มตั้งร้านกันตั้งแต่ประมาณตี 5 ก็ขายหมดเก็บร้านกันตั้งแต่ยังไม่ทันจะสาย&lt;br /&gt;...............จุดเด่นของ “โจ๊กเจ๊จิ๋ม” นั้น น่าจะอยู่ที่วิธีการปรุงโจ๊กที่ค่อนข้างพิถีพิถันหลายขั้นตอน โดยเจ๊จิ๋มแกจะตัก “โจ๊ก” และ “น้ำซุป” มาคนให้เข้ากันในหม้อใบเล็กก่อน จากนั้นจึงทำการลวก “หมูสับ” ไปในขั้นตอนนี้พร้อม ๆ กัน แล้วจึงตักโจ๊กหมูที่คนเสร็จแล้วมาใส่ชามที่ผสมเครื่องปรุงรอไว้ จากนั้นจึงเสริฟพร้อมขิงซอยและต้นหอมที่หั่นไว้อย่างบาง พร้อมไข่ไก่ หรือ ไข่นกกระทา แล้วแต่ความชอบใจ จึงกลายมาเป็น “โจ๊กหมูใส่ไข่” สูตรดั้งเดิมที่เนื้อโจ๊กที่ไม่ข้นและไม่เหลวจนเกินไป และอร่อยจนกลายเป็น “ร้านโจ๊ก” เจ้าประจำของชาวตลาดบ้านส้องมาช้านาน ก็อยากให้ผู้ที่มีโอกาสผ่านมาแถวนี้ได้มาลองแวะชิมดู ว่าโจ๊กร้านนี้เค้ามีดียังไง ถึงได้ขายดิบขายดีเป็นเทน้ำเทท่าขนาดนี้...&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;* หมายเหตุ : ชาวบ้านส้องจะเรียก “โจ๊ก” ว่า “ข้าวต้ม”&lt;/span&gt; &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-44.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 44" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-44.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-45.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 45" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-45.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-46.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 46" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-46.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;.................แนะนำร้านอาหารเช้าอย่าง “โจ๊ก” กันไปแล้วก็คงอดขอแนะนำ “ของคู่กัน” กับร้าน “โจ๊กเจ๊จิ๋ม” ไปไม่ได้ นั่นก็คือ “ร้านกาแฟโกโหน่ง” ที่อยู่เยื้องร้านเจ๊จิ๋มไปอีกนิดเดียวเท่านั้น&lt;br /&gt;.................“ร้านกาแฟโกโหน่ง” เป็นร้านกาแฟเจ้าเก่าดั้งเดิมของตลาดบ้านส้องอีกเจ้าหนึ่ง ร้านตั้งอยู่ที่ข้างป้อมตำรวจ หลังสถานีรถไฟบ้านส้อง ซึ่งก็อยู่เยื้อง ๆ กันกับร้านโจ๊กเจ๊จิ๋มเพียงแค่ข้ามฟากถนน ซึ่งทั้งสองร้านนี้จริง ๆ แล้วเป็นร้านพี่ร้านน้องกัน เพราะ “โกโหน่ง” เจ้าของร้านกาแฟนั้นเป็นพี่ชายแท้ ๆ ของ “เจ๊จิ๋ม” ร้านโจ๊กนั่นเอง&lt;br /&gt;.................จุดเด่นของร้านแกแฟโกโหน่ง นอกจากจะเป็นร้านกาแฟ “เจ้าเก่า” ดั้งเดิมร้านหนึ่งของตลาดบ้านส้องแล้ว ด้วยรสชาติดี ๆ ของกาแฟโบราณที่การันตีได้ แถมยังมี “ปาท่องโก๋” สูตรเฉพาะของที่นี่ที่ไม่ใส่ “แอมโมเนีย” จนอยากเชื้อเชิญให้คอกาแฟขนานแท้ได้มาลิ้มลอง สัมผัสกับบรรยากาศการดื่มกาแฟแบบชาวบ้านส้อง พร้อม ๆ กับร่วมสนทนาไปกับบรรดาคอกาแฟ คนเก่าคนแก่ของตลาดบ้านส้อง ที่มักจะมารวมตัวกันสนทนาเรื่องทั่วไปกันอยู่เป็นประจำ แถมด้วยอัธยาศัยใจคออันกว้างขวางของ “โกโหน่ง” ที่ต้องถือว่าเป็น “คนดัง” คนหนึ่งของตลาดบ้านส้องที่ไม่มีใครเลยที่จะไม่รู้จัก นั่นเพราะความเป็นคนอัธยาศัยดีของ “โกโหน่ง” นั่นเอง ที่แกพร้อมจะปล่อยมุขตลก มุกฮาออกมา คลายเครียดให้กับทุก ๆ คนที่อยู่รอบตัวแกได้ตลอดเวลา ( ถ้าคุณฟังภาษาปักษ์ใต้ออกนะ ) &lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;*หมายเหตุ : ชาวบ้านส้องนิยมเรียก “ปาท่องโก๋” ว่า “จั๊กโก้ย”&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-472.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 47" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-472.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-48.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 48" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-48.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-49.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 49" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-49.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;.............มี “ของอร่อย” อีกอย่างหนึ่งที่อยากจะนำเสนอจริง ๆ สำหรับ “ไก่ทอดสูตรเฉพาะ” ที่คิดว่าจะหารับประทานไก่ทอดรสชาติแบบนี้ไม่ได้จากที่ไหนอีกแล้ว นอกจากที่ตลาดบ้านส้องแห่งนี้ กับไก่ทอดร้านเล็ก ๆ แถวย่านชุมชนเก่าหน้าสถานีรถไฟบ้านส้อง ที่ชื่อว่า “ร้านป้ายอม” กับไก่ทอดดั้งเดิมสูตร 40 ปี ที่ขายกันมาตั้งแต่รุ่นคุณป้า สืบทอดกันมาถึงรุ่นลูกรุ่นหลาน อันเป็นที่กล่าวขานของลูกค้าประจำว่า ถ้าหากใครเคยได้กินไก่ทอดร้านนี้แล้ว ก็แทบจะลืมรสชาติของไก่ทอดร้านอื่น ๆ ไปนาน&lt;br /&gt;............ที่มาของไก่ทอดร้านนี้นั้นมีอยู่ว่า เดิมที “ป้ายอม” แกเป็นแม่ค้าทอดไก่ เดินเร่ขายอยู่ตามโบกี้รถไฟที่มาจอดในสถานีรถไฟบ้านส้องนั่นแหละ แต่ไป ๆ มา ๆ รสชาติความอร่อยไก่ทอดของ “ป้ายอม” ชักจะเริ่มโด่งดังจนเป็นที่โจษขานของชาวบ้านแถวนั้นที่เคยได้ชิมไก่ทอดป้ายอม ทีนี้พอเริ่มมีลูกค้าประจำมากเข้า ๆ “ป้ายอม” แกก็เลยเลิกเดินเร่ขายไก่ทอดตามโบกี้รถไฟ หันมาเปิดแผงทอดไก่ของตัวเองอย่างเป็นเรื่องเป็นราว จนมาถึงทุกวันนี้&lt;br /&gt;.............จุดเด่นของไก่ทอดร้านนี้ ก็คงอยู่ที่ “แป้งไก่ทอด” ที่ทอดได้กรอบอร่อย และหอมกลิ่น “เครื่องเทศ” สูตรเฉพาะของป้ายอมที่หอมหวลเย้ายวนใจ ก็ขอแนะนำให้รับประทาน “ไก่ทอดป้ายอม” กันตอนร้อน ๆ รับรองว่าได้ลืมไก่ทอด KFC กันไปอีกนานเลยทีเดียว..... ใครมีโอกาสมาเยือนเมืองบ้านส้อง แล้วอยากจะลองชิมไก่ทอด 40 ปีสูตร “ป้ายอม” ดูสักครั้งล่ะก็ แผงไก่ทอดป้ายอมนั้นเริ่มทอดขายกันตั้งแต่ประช่วงบ่าย ๆ และขายหมดทุกวันไม่เกินหกโมงเย็น เชิญไปชิมดูได้ &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-50.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 50" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-50.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-51.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 51" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-51.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-52.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 52" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-52.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;..............ก็อยากจะขอแนะนำ “ที่พัก” สำหรับผู้ที่มีโอกาสเข้ามานอนพักค้างคืนที่เมือง “บ้านส้อง” แห่งนี้ ก็มีที่พักที่คิดว่าน่าจะสะอาด และสะดวกสบาย เหมาะสมกับราคาที่ไม่แพงจนเกินไปนัก แล้วก็ตั้งอยู่ในทำเลที่ค่อนข้างสงบ แต่ก็ห่างจาก “ตลาดบ้านส้อง” เพียงไม่ถึงหนึ่งกิโลเมตรเท่านั้นเอง...&lt;br /&gt;.............นั่นก็คือ “โรงแรมเวียงสระธานี” ที่เป็นที่พักชั้นดีเพียงไม่กี่แห่งของตำบลบ้าน ผมจึงอยากจะขอแนะนำที่นี่ ไว้สำหรับผู้ที่มีโอกาสได้เข้ามาพักผ่อน และเยี่ยมเยือนเมืองบ้านส้องแห่งนี้&lt;br /&gt;..............โดยเริ่มต้นจากถนนหน้าสถานีรถไฟบ้านส้อง เส้นที่ตรงไปยังเทือกเขาบรรทัด (มีเส้นเดียว) ผ่านร้านไก่ทอดป้ายอม ตรงไปอีกไม่เกินสามร้อยเมตร ก็จะเห็น “โรงแรมเวียงสระธานี” อยู่ทางซ้ายมือนั่นเอง เป็นโรงแรมสองชั้น ขนาด 20 ห้องพัก มีห้องสัมมนาและจัดเลี้ยงด้วย...&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;ราคาห้องพัก “โรงแรมเวียงสระธานี”&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ห้อง “แอร์” คืนละ : 450 บาท&lt;br /&gt;ห้อง “พัดลม” คืนละ : 350 บาท&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดต่อ : 0-7736-1064 , 0-7725-8338-9&lt;/span&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;/span&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-53.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 53" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-53.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-54.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 54" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-54.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-55.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 55" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-55.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-56.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 56" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-56.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;.............ก็คงเดินทางถึงบทสุดท้ายของสารคดีเรื่องนี้แล้ว ที่ผ่านมาผมก็คงจะกล่าวถึงตำบล “บ้านส้อง” ได้แค่เพียงในมุมมองของคนท้องถิ่น ที่พยายามมองเข้าไปใน “เรื่องราว” หรือ “จุดเด่น” เท่าที่จะหาได้ ในเมืองเล็ก ๆ อันเป็นบ้านเกิดเมืองนอนของตัวเอง เพื่อสร้างความผูกพันให้เกิดขึ้นกับตนเองและท่านผู้ที่มีโอกาสได้อ่านสารคดีเรื่องนี้&lt;br /&gt;.............ถึงแม้หลาย ๆ สิ่งหลาย ๆ อย่างที่ผมค้นพบ และนำมาบอกเล่า อาจไม่ได้เป็นตำนาน หรือเรื่องราวที่สวยหรูอย่างที่ใครพยายามจะจินตนาการเอาไว้ ว่าอดีตของผืนแผ่นดินของเรานั้นควรจะมีแต่สิ่งที่สวยงาม หากแต่เป้าหมายที่แท้จริงของผมก็คือการ “แนะนำ” ให้ผู้อ่าน ได้เกิดความ “เข้าใจ” แง่มุมที่แท้จริงของเมืองเล็ก ๆ ธรรมดา ๆ ที่ไม่เคยมีใครให้ความสนใจมาก่อน แต่ก็เป็นเมืองที่เต็มเปี่ยมไปด้วยผู้คน ที่ยังคงมีชีวิตชีวาและลมหายใจ โดยที่ผมก็ไม่ได้ปรุงแต่งภาพลักษณ์ต่าง ๆ ให้สวยงาม จนเกินความเป็นจริงมากไปนัก &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-57.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 57" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-57.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;.............สุดท้ายแล้วในสายตาของผมตำบล “บ้านส้อง” ก็คงดำรงอยู่ในจุดยืนของการเป็น “เมืองผ่าน” อยู่ต่อไป เนื่องจากอุปสรรค์หลายอย่าง ที่ทำให้ใคร ๆ ไม่อาจ “คิด” ผลักดันให้ “บ้านส้อง” กลายเป็นเมืองที่น่าสนใจในด้านของการท่องเที่ยวขึ้นมาได้ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของประเพณี และวัฒนธรรม ที่ตำบลบ้านส้องยังไม่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่ชัดเจน หรือแม้แต่ทำเลที่ตั้งที่ห่างไกลจากแหล่งท่องเที่ยวสำคัญอื่น ๆ อยู่พอสมควร และที่สำคัญมาก ๆ ก็คือสภาพอากาศแบบ “ร้อนชื้น” ของภาคใต้นี่เอง ที่เป็นอุปสรรค์สำคัญสำหรับนักท่องเที่ยว ผู้ที่ต้องการความสะดวกสบาย และความสมบูรณ์แบบจากการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;.............หากแต่ว่าเหรียญย่อมมีสองด้าน หากใครสักคนจะลองมองข้ามอุปสรรค์ที่ว่าออกไป แล้วลองพิจารณาดูเมือง “บ้านส้อง” ในอีกแง่มุมมองหนึ่ง ก็พอจะมองเห็นเสน่ห์ในการมาเยือนยังเมืองเล็ก ๆ เมืองนี้ขึ้นมาได้บ้างเหมือนกัน &lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-58.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 58" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-58.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;.............อย่างแรกก็ต้องถือว่าเมือง “บ้านส้อง” นั้นไม่เคยถูกบรรจุอยู่ในสาระบบของ “การท่องเที่ยวของไทย” มาก่อนเลย ทั้ง ๆ ที่ตัวเมืองบ้านส้องเอง ก็มีสาธารณูปโภคต่าง ๆ ที่พอจะสามารถรองรับนักท่องเที่ยวได้อย่างครบครัน ไม่ว่าจะเป็นที่พัก อาหารการกิน เส้นทางคมนาคมที่สะดวก หรือแม้แต่สถานที่ท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่พอจะมีความจุดเด่นอยู่บ้าง จึงถือได้ว่าเมือง “บ้านส้อง” ในขณะนี้ยังเป็นเมืองที่บริสุทธิ์อยู่มาก สำหรับแง่มุมของการท่องเที่ยว&lt;br /&gt;..............ที่นี่ยังอาจเป็นเมืองที่เหมาะสมสำหรับ ผู้ที่ต้องการมาเยือนเพียงชั่วครั้งชั่วคราว หรือผู้ที่พอจะมีเวลาว่างเหลือเฟือจากการเดินทางผ่านมา แล้วอาจจะลองแวะเข้ามาเยี่ยมเยือน เพื่อชื่นชมกับบรรยากาศเก่า ๆ ของเมือง “บ้านส้อง” ในแง่มุมต่าง ๆ ดูได้ หรือแม้แต่กระทั่งสำหรับนักท่องเที่ยวมืออาชีพ ที่อาจจะเบื่อแล้วสำหรับการท่องเที่ยวในเมืองใหญ่ ๆ แล้วต้องการสัมผัสประสบการณ์ที่แปลกและแตกต่าง ในการบุกเบิกสถานที่ท่องเที่ยวใหม่ ๆ ซึ่งผมคิดว่าเมือง “บ้านส้อง” นี้ก็พอจะมีศักยภาพเพียงพอ ในการต้อนรับนักท่องเที่ยวในแง่มุมแบบนี้ได้&lt;br /&gt;...............ก็ด้วยเนื่องจากว่าปีนี้เป็นปีแห่งการณรงค์การท่องเที่ยวแบบ “ไทยเที่ยวไทย” ก็อยากจะเชิญชวนทุกท่าน ที่ยังคงมีกำลังทรัพย์เพียงพอที่จะทำการท่องเที่ยวในปีนี้ได้ ให้ลองมาเยือนเมือง “บ้านส้อง” ดูบ้าง อย่างน้อยก็เพื่อช่วยกันกระตุ้นเศรษฐกิจที่กำลังซบเซา ให้พอจะกลับมามีสีสันขึ้นมาได้บ้าง จากอาคันตุกะแปลกหน้าจากแดนไกล ที่ได้มาเยือนเมืองที่ไม่เคยมีใครสนใจมาก่อน อย่างเมือง “บ้านส้อง....บ้านของฉัน” กัน ณ. โอกาสนี้ด้วย.........ขอบคุณมากครับ&lt;/p&gt;&lt;p align="center"&gt;&lt;br /&gt;&lt;a href="http://s694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/?action=view&amp;amp;current=Untitled-59.jpg" target="_blank"&gt;&lt;img alt="bansong 59" src="http://i694.photobucket.com/albums/vv310/rodigest/Untitled-59.jpg" border="0" /&gt;&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="justify"&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;span style="font-size:180%;"&gt;พิเศษ!!! โปรแกรมท่องเที่ยว “บ้านส้อง”&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;ต่อไปนี้เป็นโปรแกรมการท่องเที่ยวเมือง &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“บ้านส้อง”&lt;/span&gt; โดยประมวลมาจากสถานที่ที่น่าสนใจทั้งหมด เท่าที่ผมได้สำรวจไว้ เพื่อเป็นแนวทางไว้สำหรับผู้ที่อยากจะใช้เวลาทำความรู้จักกับเมือง “บ้านส้อง” ให้คุ้มค่าที่สุด ด้วยแผนการท่องเที่ยวต่อไปนี้ครับ......&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;span style="color:#3333ff;"&gt;* 6.00 – 7.00 น. : ตื่นเช้ามาทานอาหารเช้า “โจ๊กหมูเจ๊จิ๋ม” หรือจะต่อด้วยกาแฟร้าน “โกโหน่ง”&lt;br /&gt;* 8.00- 9.00 น. : เดินดูบรรยากาศแถว “สถานีรถไฟ” หรือ “ตลาดเก่าบ้านส้อง” ก็ตามสะดวก&lt;br /&gt;* 10.00 – 12.00น. : เยี่ยมชม “วัดเวียงสระ” สำรวจโบราณสถานคู่บ้านคู่เมือง&lt;br /&gt;* 12.00 น. : รับประทานอาหารกลางวันในเมือง (ยังมีร้านอาหารดี ๆ อีกมากมาย)&lt;br /&gt;* 13.00 น. - 16.00 น. : เที่ยวชมอุทยานแห่งชาติ “ใต้ร่มเย็น” สำรวจน้ำตก “สามห้าเจ็ด”&lt;br /&gt;*17.00น -18.00 น. : ระหว่างกลับมาในเมือง ขี่รถ “ชมสวน” แล้วจะแวะซื้อ “ไก่ทอดป้ายอม”&lt;br /&gt;* 19.00 น. - ราตรีสวัสดิ์ : แวะซื้ออาหารเย็นที่ตลาดของกินอีกครั้ง หรือจะหาร้านรับประทานในเมือง&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;span style="color:#ff0000;"&gt;&lt;br /&gt;.........เนื่องจากบ้านส้องเป็นเมืองที่ไม่ใหญ่มาก หากวางแผนการเดินทางดี ๆ ก็สามารถเที่ยวชม&lt;br /&gt;สถานที่สำคัญ ๆ ของบ้านส้องได้ทั้งหมดภายใน 1 วัน (ถ้าโชคดี) แต่ถ้าเป็นไปได้ก็อยากให้ใช้เวลากับ&lt;br /&gt;เมืองนี้อย่างค่อย ๆ เป็นค่อย ๆ ไป สัก 2 - 3 วัน เดินเล่นกันแบบไม่ต้องรีบเร่งมาก ก็น่าจะเป็น&lt;br /&gt;การสัมผัสกับเมือง “บ้านส้อง” ได้อย่างสมบูรณ์แบบมากกว่าครับ.....&lt;br /&gt;&lt;/span&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;ติดต่อผู้เขียนได้ที่ : &lt;a href="mailto:bansong_town@hotmail.com"&gt;bansong_town@hotmail.com&lt;/a&gt;&lt;/p&gt;&lt;p align="left"&gt;&lt;br /&gt;หรือติดต่อ : &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;0-7736-1448 &lt;span style="color:#000000;"&gt;และ&lt;/span&gt; 089-652-3196&lt;/span&gt; เรียก &lt;span style="color:#ff0000;"&gt;“บ๊อบบี้”&lt;/span&gt; (พี่ชายของผู้เขียน)&lt;br /&gt;สำหรับผู้ที่ต้องการคำแนะนำ และการอำนวยความสะดวก&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;br /&gt;&lt;/p&gt;&lt;div class="blogger-post-footer"&gt;&lt;img width='1' height='1' src='https://blogger.googleusercontent.com/tracker/7333057770080354881-8480000074851430968?l=bansong.blogspot.com' alt='' /&gt;&lt;/div&gt;</content><link rel='replies' type='application/atom+xml' href='http://bansong.blogspot.com/feeds/8480000074851430968/comments/default' title='ส่งความคิดเห็น'/><link rel='replies' type='text/html' href='http://bansong.blogspot.com/2009/02/blog-post.html#comment-form' title='4 ความคิดเห็น'/><link rel='edit' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7333057770080354881/posts/default/8480000074851430968'/><link rel='self' type='application/atom+xml' href='http://www.blogger.com/feeds/7333057770080354881/posts/default/8480000074851430968'/><link rel='alternate' type='text/html' href='http://bansong.blogspot.com/2009/02/blog-post.html' title='บ้านส้อง...บ้านฉัน'/><author><name>Bansong</name><uri>http://www.blogger.com/profile/08455419433199129858</uri><email>noreply@blogger.com</email><gd:image rel='http://schemas.google.com/g/2005#thumbnail' width='26' height='32' src='http://3.bp.blogspot.com/_3k0YI-5utjc/SZ52Tbg5rNI/AAAAAAAAAAM/BvE0fCRlgnM/S220/1216196534CI7.jpg'/></author><thr:total>4</thr:total></entry></feed>
